🌾 ชุมชนเกษตรกร

แชร์ประสบการณ์ เรียนรู้ ร่วมกันเติบโต

77
สมาชิก
91
โพสต์
11
เกษตรกร
🌾

เข้าร่วมชุมชนเกษตรกร

รับ 100 คะแนนฟรี!

อยากถามป้าชิงว่าอันนี้เป็นโสมของประเทศอะไร มีประโยชน์อะไรบ้าง

ข้าวออกรวงมีจุดเม็ดดำๆ เกิดสภาวะโรคอะไร

ป้าเช็งสอนหมัก

AI ป้าเช็ง

สวัสดีจ้ะลูกหลานชาวนาทั้งหลาย ป้าเช็งเองนะ!

พอเห็นรูปทุ่งนาเขียวๆ ข้าวเริ่มออกรวงแบบนี้แล้วชื่นใจ แต่พอได้ยินว่ามีจุดดำๆ ที่เมล็ดข้าว ป้าก็อดเป็นห่วงไม่ได้ อาการแบบนี้ที่ถามมา ป้าฟันธงเลยว่ามันคือ โรคเมล็ดด่าง (Dirty Panicle) จ้ะ

ไม่ต้องกังวลไปนะ ปัญหานี้เราจัดการได้ มาฟังป้าอธิบายสั้นๆ ได้ใจความกัน

โรคเมล็ดด่างเกิดจากอะไร?

มันไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคตัวเดียวจ้ะ แต่เป็นเหมือนการ "รุม" ของเชื้อราหลายชนิดที่มากับอากาศ โดยเฉพาะช่วงที่อากาศร้อนชื้น มีฝนตกบ่อยๆ หรือมีน้ำค้างลงจัดๆ ตอนเช้า นอกจากนี้ บางทีก็มีสาเหตุมาจากแมลงพวก "มวล" ที่มาเจาะดูดน้ำนมข้าว พอเมล็ดเป็นแผล เชื้อราก็เข้าไปง่ายขึ้น ทำให้เมล็ดเป็นจุดดำๆ ด่างๆ แบบที่เราเห็นนี่แหละ

คำแนะนำจากป้าเช็ง

เราต้องจัดการทั้งการป้องกันและการรักษาไปพร้อมกันนะ

  1. การป้องกัน (สำคัญที่สุด):

    • อย่าหว่านข้าวหนาไป: เว้นช่องให้ลมพัดผ่านได้สะดวก จะช่วยลดความชื้นในกอข้าวได้ดี
    • ใส่ปุ๋ยให้พอดี: อย่าใส่ปุ๋ยไนโตรเจน (ตัวหน้าสูงๆ) มากเกินไป โดยเฉพาะช่วงข้าวตั้งท้อง เพราะจะทำให้ใบข้าวเขียวเข้มเกินไป อ่อนแอต่อโรค
    • ควบคุมแมลง: หมั่นสำรวจแปลงนา ถ้าเจอพวกมวล หรือแมลงปากดูดอื่นๆ ก็ต้องรีบจัดการ
  2. การควบคุมเมื่อเริ่มระบาด:

    • เมื่อข้าวเริ่มออกรวงได้ 5% (โผล่มาให้เห็นนิดๆ) หรือช่วงก่อนดอกข้าวบาน ให้ฉีดพ่นยาป้องกันเชื้อรา
    • ตัวยาที่แนะนำ: เลือกใช้ยาเชื้อรากลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เช่น แมนโคเซบ (Mancozeb), โพรพิโคนาโซล (Propiconazole), ทีบูโคนาโซล (Tebuconazole) หรือ คาร์เบนดาซิม (Carbendazim)
    • คำเตือนจากป้า: อ่านฉลากและใช้อัตราส่วนตามที่แนะนำอย่างเคร่งครัดนะจ๊ะ และควรสลับกลุ่มยาบ้างเพื่อป้องกันเชื้อดื้อยา

สรุปง่ายๆ คือ "อากาศชื้น + แมลงเจาะ = เชื้อรารุม" กลายเป็นโรคเมล็ดด่าง ถ้าเราดูแลแปลงนาให้โปร่ง ใส่ปุ๋ยพอเหมาะ และฉีดพ่นยาป้องกันให้ถูกจังหวะ ก็จะช่วยให้ได้ข้าวเมล็ดสวยใส ไม่ด่างดำแน่นอนจ้ะ

มีอะไรสงสัยก็มาถามป้าได้อีกนะ ขอให้ได้ผลผลิตดีๆ กันถ้วนหน้านะลูกหลาน

ใบมะเขือยาว ขอบไหม้ กรอบ แดงเกิดจากโรคอะไร

ป้าเช็งสอนหมัก

AI ป้าเช็ง

สวัสดีจ้ะลูกหลานเกษตรกรทั้งหลาย ป้าเช็งมาแล้วจ้ะ!

จากที่ป้าดูรูปใบมะเขือยาวของหนูแล้วเนี่ย อาการขอบใบเหลืองแล้วค่อยๆ ไหม้แห้งกรอบเข้ามาจากขอบใบแบบนี้ โดยเฉพาะใบล่างๆ ของต้น เป็นอาการคลาสสิกเลยจ้ะ ไม่ใช่โรคจากเชื้อราหรือแบคทีเรียร้ายแรงอะไรหรอกนะ แต่เกิดจาก การขาดธาตุโพแทสเซียม (K) จ้ะ

สาเหตุง่ายๆ คือ:

โพแทสเซียมเนี่ยเป็นธาตุอาหารสำคัญที่ช่วยให้พืชแข็งแรง ต้านทานโรค ช่วยลำเลียงน้ำและอาหาร พอในดินมีไม่พอ หรือรากดูดไปใช้ไม่ทัน ต้นมะเขือฉลาดนะ มันจะดึงธาตุอาหารจากใบเก่า (ใบล่าง) ไปเลี้ยงยอดอ่อนกับดอกใหม่ก่อน ใบเก่าก็เลยแสดงอาการฟ้องเราแบบนี้แหละจ้ะ

คำแนะนำจากป้าเช็ง:

ป้าแนะนำให้แก้ไขทั้งแบบเร่งด่วนและแบบยั่งยืนนะจ๊ะ

  1. แก้ไขเร่งด่วน (ให้ทางใบ):

    • หาปุ๋ยเกล็ดสูตรที่มีโพแทสเซียมสูงๆ (ตัวเลขตัวท้ายจะสูง) เช่น 0-0-50, 0-0-60 หรือ 13-0-46 มาละลายน้ำแล้วฉีดพ่นบางๆ ที่ใต้ใบตอนเช้าๆ แดดอ่อนๆ พืชจะดูดไปใช้ได้เร็ว ทำสัก 1-2 ครั้ง ห่างกัน 7-10 วัน อาการจะเริ่มดีขึ้น
    • สายอินทรีย์: ใช้น้ำหมักเปลือกกล้วย หรือน้ำหมักมูลค้างคาวผสมน้ำฉีดพ่นก็ได้จ้ะ ของพวกนี้มีโพแทสเซียมสูงเหมือนกัน
  2. แก้ไขระยะยาว (บำรุงดิน):

    • ใส่ปุ๋ยทางดิน: เติมปุ๋ยสูตรตัวท้ายสูง เช่น 15-5-20 หรือ 8-24-24 บริเวณรอบๆ โคนต้น (อย่าให้ชิดโคน) แล้วรดน้ำตาม
    • บำรุงดินด้วยอินทรียวัตถุ: สิ่งสำคัญที่สุดคือการบำรุงดินนะจ๊ะ ให้ใส่ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอกเก่า หรือโรยขี้เถ้าจากไม้ (โรยบางๆ นะ อย่าใส่เยอะไปเดี๋ยวจะเค็ม) คลุมโคนต้น สิ่งเหล่านี้จะค่อยๆ ปลดปล่อยโพแทสเซียมให้พืชอย่างสม่ำเสมอ

ข้อควรระวัง: การรดน้ำไม่สม่ำเสมอ ปล่อยให้ดินแห้งจัดแล้วมารดทีเดียวชุ่มๆ ก็ทำให้รากดูดปุ๋ยได้ไม่ดีและเกิดอาการคล้ายๆ กันได้เหมือนกันนะจ๊ะ พยายามรดน้ำให้สม่ำเสมอด้วยล่ะ

ลองเอาวิธีของป้าไปปรับใช้ดูนะ ไม่ต้องกังวลไป ค่อยๆ ดูแลเดี๋ยวก็กลับมางามเหมือนเดิม สู้ๆ นะ!

ป้าเช็งสอนหมัก

มะเขือเป็นโรคอะไรถึงได้มีจุกสีดำ

ป้าเช็งสอนหมัก

AI ป้าเช็ง

สวัสดีจ้ะหลานๆ ชาวสวนที่น่ารักของป้าเช็ง!

เห็นรูปมะเขือแล้วป้าเข้าใจเลย อาการแบบนี้เจอบ่อยมาก ไม่ต้องตกใจไปนะจ๊ะ จากประสบการณ์ของป้าเช็ง อาการจุกดำๆ เน่าๆ ที่ขั้วผลมะเขือแบบนี้ ส่วนใหญ่เกิดจาก 2 สาเหตุหลักๆ ทำงานร่วมกันจ้ะ

ตัวการหลักคือ "หนอนเจาะผลมะเขือ" และตามมาด้วย "โรคผลเน่าจากเชื้อรา"

มันเป็นอย่างนี้จ้ะ:

  1. หนอนเจาะผล (ตัวเริ่มเรื่อง): ผีเสื้อกลางคืนจะมาวางไข่ไว้แถวๆ ขั้วผลหรือกลีบเลี้ยง พอไข่ฟักเป็นตัวหนอนเล็กๆ มันก็จะเจาะเข้าไปกินเนื้อในผลมะเขือตรงขั้วพอดี ทำให้เกิดเป็นรู เป็นแผลขึ้นมา
  2. เชื้อรา (ตัวซ้ำเติม): พอผลมะเขือมีแผลเปิดจากรอยหนอนเจาะ พวกเชื้อราที่ลอยอยู่ในอากาศหรือติดมากับน้ำฝน (ส่วนใหญ่คือเชื้อราโฟมอปซิส หรือ แอนแทรคโนส) ก็จะเข้าไปในแผลนั้นได้ง่ายๆ แล้วก็เริ่มลุกลาม ทำให้เนื้อเยื่อตรงนั้นเน่าเสีย กลายเป็นสีน้ำตาลเข้มจนถึงดำอย่างที่เห็นในรูปนั่นแหละจ้ะ

วิธีแก้ไขและป้องกันของป้าเช็งนะจ๊ะ:

  • จัดการทันที: รีบเก็บผลที่เป็นโรคแบบนี้ออกจากต้นให้หมด อย่าทิ้งไว้ในแปลงนะ ต้องเอาไปเผาทำลายหรือฝังดินลึกๆ ไกลๆ แปลงเลย เพื่อตัดวงจรของทั้งหนอนและเชื้อรา
  • ดูแลแปลงให้โปร่ง: ตัดแต่งใบแก่ๆ หรือกิ่งที่ไม่จำเป็นออกบ้าง ให้อากาศถ่ายเทได้ดี แสงแดดส่องถึง จะช่วยลดความชื้นสะสม ซึ่งเป็นตัวการทำให้เชื้อราเติบโตได้ดี
  • จัดการหนอน (ตัดต้นตอ):
    • สายชีวภาพ: พ่นด้วยเชื้อแบคทีเรีย บีที (Bacillus thuringiensis) สลับกับ น้ำหมักสะเดา หรือสมุนไพรที่มีรสขม/เหม็นเขียว ฉีดพ่นให้ทั่วทั้งใบและผลอ่อนๆ ทุก 5-7 วัน โดยเฉพาะช่วงที่มะเขือเริ่มติดดอกออกผล
  • ป้องกันเชื้อรา (กันไว้ดีกว่าแก้):
    • สายชีวภาพ: ใช้เชื้อรา ไตรโคเดอร์มา ผสมน้ำรดที่โคนต้นเพื่อป้องกันโรคทางดิน หรือจะนำมาฉีดพ่นที่ใบและผลก็ได้ หรือใช้เชื้อ บาซิลลัส ซับทิลิส (บีเอส) ฉีดพ่นก็ได้ผลดีเหมือนกันจ้ะ
    • ถ้าจำเป็นต้องใช้เคมี: อาจเลือกใช้ยาเชื้อรากลุ่มแมนโคเซบ หรือ คอปเปอร์ออกซีคลอไรด์ ฉีดพ่นสลับกับชีวภัณฑ์ในช่วงที่อากาศชื้นหรือฝนตกชุก (แต่อย่าลืมอ่านฉลากและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดนะ)

เคล็ดลับของป้า: บำรุงต้นมะเขือให้แข็งแรงอยู่เสมอ ใส่ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกให้ดินดีๆ อาจจะเสริมด้วยแคลเซียม-โบรอนบ้าง เพื่อให้ผนังเซลล์ของผลแข็งแรง หนอนเจาะได้ยากขึ้น ต้นแข็งแรงก็จะทนทานต่อโรคได้ดีกว่าจ้ะ

ลองเอาวิธีของป้าไปปรับใช้ดูนะ ไม่ยากเกินไปหรอก สู้ๆ นะหลาน! มีอะไรก็มาถามป้าได้อีกนะจ๊ะ

มะขามเทศดอกออกมาแล้วสีดำหลุดร่วงเป็นสาเหตุจากโรคอะไร

ป้าเช็งสอนหมัก

AI ป้าเช็ง

โอ๊ย... เห็นดอกมะขามเทศร่วงดำแบบนี้แล้วป้าเช็งก็ใจไม่ดีเลยนะลูกหลานเอ๊ย ไม่ต้องกังวลไปนะ ปัญหานี้เราจัดการได้จ้ะ

จากที่ป้าดูในรูปและจากประสบการณ์นะ อาการดอกดำแล้วร่วงแบบนี้ สาเหตุหลักๆ มาจาก 2-3 อย่างนี้แหละ:

  1. โรคแอนแทรคโนส (เชื้อรา): อันนี้ตัวการสำคัญเลย! เชื้อรามันจะชอบมากตอนอากาศร้อนชื้น หรือช่วงที่มีฝนตกปรอยๆ มันจะเข้าทำลายที่ช่อดอกอ่อน ทำให้ช่อดอกแห้งเป็นสีน้ำตาลดำ แล้วก็ร่วงกราวไปเลยก่อนจะทันได้ติดฝัก

  2. เพลี้ยไฟ: เจ้าตัวเล็กๆ นี่ก็ร้ายกาจ ชอบมาดูดน้ำเลี้ยงที่ดอกอ่อน พอดอกโดนดูดน้ำเลี้ยงก็จะฝ่อ กลายเป็นสีน้ำตาลแล้วก็ร่วงไปเหมือนกัน

  3. ต้นไม้ขาดธาตุอาหาร: โดยเฉพาะธาตุอาหารเสริมอย่าง แคลเซียม-โบรอน ถ้าขาดไปจะทำให้ขั้วดอกไม่แข็งแรง ผสมเกสรไม่ติด ร่วงง่าย

คำแนะนำจากป้าเช็ง:

เรามาจัดการไปทีละขั้นนะลูกนะ

  • จัดการเบื้องต้น: ตัดแต่งกิ่งที่เป็นโรค กิ่งแห้งๆ ออกไปซะ แล้วเก็บเศษดอกใบที่ร่วงใต้ต้นไปเผาทำลาย อย่าให้เป็นที่สะสมของเชื้อโรค
  • ใช้ชีวภัณฑ์ป้องกัน (วิธีของป้าเช็ง):
    • ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา: ผสมน้ำตามฉลาก แล้วฉีดพ่นให้ทั่วทั้งต้น โดยเฉพาะตรงช่อดอก ให้ฉีดช่วงเย็นๆ สัก 7-10 วันต่อครั้ง เพื่อให้เชื้อราดีไปสู้กับเชื้อราร้าย
    • ใช้น้ำส้มควันไม้: ผสมน้ำอัตราส่วนเจือจาง (ตามคำแนะนำข้างขวด) ฉีดพ่นจะช่วยป้องกันเชื้อราและไล่แมลงอย่างเพลี้ยไฟได้ด้วย
  • บำรุงทางดิน:
    • รดน้ำให้สม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้ดินแห้งจนเกินไป โดยเฉพาะช่วงที่กำลังออกดอก
    • ให้ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกรอบๆ โคนต้น แล้วเสริมด้วยปุ๋ยที่มี "แคลเซียม-โบรอน" จะช่วยให้ขั้วดอกเหนียว ไม่หลุดร่วงง่าย ติดฝักได้ดีขึ้นเยอะเลย

ลองเอาวิธีของป้าไปปรับใช้ดูนะ ไม่ต้องใช้สารเคมีแรงๆ ก็สู้ได้ ต้นไม้แข็งแรง ดอกก็จะดก ติดฝักให้เราได้กินเยอะแยะเลยล่ะ สู้ๆ นะจ๊ะ

ฟักเป็นโรคอะไรครับ

ป้าเช็งสอนหมัก

AI ป้าเช็ง

สวัสดีจ้ะหลาน! ป้าเช็งมาแล้ว ไม่ต้องกังวลนะ เรื่องโรคในพืชผักนี่เป็นเรื่องปกติ เดี๋ยวเรามาดูกัน

ฟักเป็นโรคเนี่ย อาการมันเป็นยังไงล่ะหลาน? ป้าไม่มีตาทิพย์ แต่จากประสบการณ์ที่เจอบ่อยๆ มันหนีไม่พ้นโรคยอดฮิตพวกนี้หรอก ลองดูนะว่าอาการมันตรงกับข้อไหนมากที่สุด


วิเคราะห์อาการยอดฮิตของโรคฟัก

1. ถ้าใบเป็นจุดๆ เหลืองๆ แล้วใต้ใบมีขุยเหมือนฝุ่นสีเทาๆ

  • น่าจะเป็นโรค: โรคราน้ำค้าง
  • ลักษณะ: จะเห็นเป็นดวงสีเหลืองอ่อนบนใบ เหมือนแผนที่เลย พลิกดูใต้ใบจะเจอสปอร์ราสีเทาๆ อมม่วง ชอบมาตอนอากาศชื้นๆเย็นๆ ฝนตกพรำๆ
  • คำแนะนำของป้า:
    • รีบเด็ด: เด็ดใบที่เป็นโรคออกไปทิ้งไกลๆ เลย อย่าให้ลาม
    • ทำให้โปร่ง: ตัดแต่งเถาให้โปร่งๆ ลมพัดผ่านสะดวก แดดส่องถึง จะช่วยลดความชื้นได้ดี
    • สายชีวภาพ: ใช้เชื้อรา ไตรโคเดอร์มา ผสมน้ำฉีดพ่นป้องกัน หรือเชื้อ บีเอส (บาซิลลัส ซับทิลิส) ก็ช่วยได้
    • ถ้าเอาไม่อยู่: ใช้ยาเคมีกลุ่ม แมนโคเซบ หรือ เมทาแลกซิล สลับกันฉีดพ่น (แต่อ่านฉลากดีๆ นะ)

2. ถ้าบนใบมีผงสีขาวๆ เหมือนใครเอาแป้งมาโรย

  • น่าจะเป็นโรค: โรคราแป้ง
  • ลักษณะ: ชัดเจนมาก มีฝุ่นแป้งสีขาวขึ้นบนใบ ลำต้น เถา ลูบดูจะสากๆ ชอบมาตอนอากาศแห้งๆ แต่เย็นๆ
  • คำแนะนำของป้า:
    • เด็ดทิ้ง: เหมือนเดิมจ้ะ ใบไหนเป็นเยอะๆ เอาออกไปเลย
    • สูตรเด็ดของป้า: ใช้ เบกกิ้งโซดา (โซเดียมไบคาร์บอเนต) 1-2 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำ 5 ลิตร และน้ำยาล้างจานนิดหน่อย (เป็นสารจับใบ) ฉีดพ่นให้ทั่วตอนเย็นๆ
    • กำมะถัน: ใช้ผงกำมะถันพ่นบางๆ ก็ได้ผลดีมากสำหรับราแป้ง

3. ถ้าใบด่างๆ เขียวเข้มสลับเขียวอ่อน ใบหงิกงอ ต้นไม่โต

  • น่าจะเป็นโรค: โรคใบด่าง (ไวรัส)
  • ลักษณะ: ใบจะด่างๆ สีไม่สม่ำเสมอ ยอดหงิกงอ ต้นแคระแกร็น ไม่ค่อยออกลูก โรคนี้ไม่มียารักษาจ้ะ
  • คำแนะนำของป้า:
    • ทำใจแล้วถอน: เห็นต้นไหนเป็นอาการนี้ ให้รีบ ถอนทั้งต้น แล้วเอาไปเผาหรือฝังไกลๆ เลยนะ อย่าเสียดาย ไม่งั้นมันจะลามไปทั้งสวน
    • กำจัดตัวการ: โรคนี้มีแมลงเป็นพาหะ โดยเฉพาะ เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ ต้องรีบกำจัดแมลงพวกนี้ อาจจะใช้น้ำหมักสะเดา หรือยาฆ่าแมลงช่วย

สรุปสั้นๆ ให้จำง่ายๆ:

  • ราน้ำค้าง (จุดเหลืองใต้ใบเทา): อากาศชื้น -> ใช้ไตรโคเดอร์มา, ทำให้โปร่ง
  • ราแป้ง (ผงขาวบนใบ): อากาศแห้ง -> ใช้เบกกิ้งโซดา, กำมะถัน
  • ไวรัส (ใบด่างหงิก): ติดแล้วไม่หาย -> ถอนทิ้ง, กำจัดเพลี้ย

ลองสังเกตอาการดูนะหลาน ถ้ามีรูปถ่ายส่งมาให้ป้าดูอีกที จะได้วินิจฉัยแม่นขึ้น! การป้องกันดีที่สุดนะ บำรุงดินให้ดี ต้นแข็งแรง โรคก็ไม่ค่อยถามหาหรอก สู้ๆ นะ ป้าเป็นกำลังใจให้

มณีรัตน์
มณีรัตน์

6 ม.ค. · 🌍

ฟัก ลูกสีแดงๆขาดธาตุอาหารอะไร

มะระ เป็น โรคอะไรใบถึงได้เหลืองกรอบไม่โต

ป้าเช็งสอนหมัก

AI ป้าเช็ง

โอ๊ย! ป้าเห็นแล้วใจไม่ดีเลยนะหลานเอ๊ย อาการแบบนี้ที่มะระของหลานเป็น ป้าว่าน่าจะมาจากสาเหตุหลักๆ ที่เจอบ่อยๆ นะ ไม่ต้องกังวลไป เดี๋ยวป้าเช็งจะวิเคราะห์ให้ฟังชัดๆ เลย

จากที่ป้าดูในรูป ใบเหลืองแล้วก็แห้งกรอบ ลามไปทั่วทั้งต้นแบบนี้ สันนิษฐานได้ 2-3 อย่างจ้ะ

สาเหตุที่เป็นไปได้มากที่สุด:

  1. โรคราน้ำค้าง (Downy Mildew): นี่คือผู้ต้องสงสัยเบอร์หนึ่งเลยสำหรับพืชตระกูลแตงอย่างมะระ!
    • อาการ: จะเริ่มจากใบมีจุดเหลืองๆ ก่อน แล้วจุดจะขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนเต็มใบ สุดท้ายใบจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล แห้งกรอบ และตายไปในที่สุด ถ้าลองพลิกดูใต้ใบตอนเช้าๆ ที่อากาศชื้นๆ อาจจะเห็นเหมือนฝุ่นผงสีเทาๆ ดำๆ เกาะอยู่ นั่นแหละคือสปอร์ของเชื้อรา
    • ปัจจัย: โรคนี้ชอบมากเวลาอากาศเย็นลงและมีความชื้นสูง อย่างช่วงที่มีน้ำค้างลงจัดๆ หรือฝนตกปรอยๆ ทั้งวัน

สาเหตุอื่นๆ ที่อาจเป็นร่วมด้วย:

  • ขาดธาตุอาหาร: โดยเฉพาะ "โพแทสเซียม" ถ้าขาดธาตุนี้ ขอบใบแก่ๆ ด้านล่างจะเริ่มเหลืองก่อน แล้วจะค่อยๆ แห้งไหม้เข้ามา ทำให้ใบกรอบได้เหมือนกัน
  • แมลงปากดูด: พวกเพลี้ยไฟ ไรแดง ตัวเล็กๆ ที่มาดูดน้ำเลี้ยงใต้ใบ ก็ทำให้ใบเหลืองซีดแล้วก็ร่วงได้ แต่ปกติจะเห็นใบหงิกงอร่วมด้วย

คำแนะนำจากป้าเช็ง (ลองเอาไปทำดูนะหลาน)

ไม่ต้องรอช้า จัดการตามนี้เลย!

  1. ตัดแต่งด่วน: รีบตัดเอาใบร้ายๆ ใบที่เป็นโรคหนักๆ ออกจากต้นให้หมด แล้วเอาไปเผาทำลายทิ้งไกลๆ แปลงเลยนะ ห้าม เอาไปทำปุ๋ยหมักเด็ดขาด เดี๋ยวเชื้อราจะกระจายไปทั่ว
  2. ปรับการให้น้ำ: อย่ารดน้ำตอนเย็นค่ำ เพราะใบจะชื้นแฉะข้ามคืน เชื้อรายิ่งชอบ ให้รดน้ำตอนเช้าดีที่สุด ดินจะได้แห้งทันตอนกลางวัน
  3. สูตรธรรมชาติป้องกัน (แบบฉบับป้าเช็ง):
    • เชื้อราไตรโคเดอร์มา: ไปหาซื้อเชื้อสดมาผสมน้ำตามอัตราส่วนข้างซอง ฉีดพ่นให้ทั่วทั้งบนใบใต้ใบ และฉีดลงดินด้วย ไตรโคเดอร์มาเป็นเชื้อราดี จะไปสู้กับเชื้อราร้ายให้เรา
    • น้ำปูนใส: ใช้น้ำปูนใส (หาซื้อง่ายๆ) หรือจะใช้ปูนขาว 1 ช้อนโต๊ะ ละลายน้ำ 20 ลิตร ทิ้งให้ตกตะกอน แล้วเอาส่วนน้ำใสด้านบนมาฉีดพ่นบางๆ ก็ช่วยคุมเชื้อราได้ดีเหมือนกัน
  4. บำรุงให้ต้นแข็งแรง: พอต้นเริ่มดีขึ้น ให้บำรุงด้วยปุ๋ยที่มีโพแทสเซียมสูงหน่อย เช่น ปุ๋ยสูตร 13-13-21 หรือถ้าเป็นสายอินทรีย์ก็ใช้น้ำหมักมูลค้างคาว หรือน้ำหมักจากขี้เถ้าไม้ (ใช้ปริมาณน้อยๆ) จะช่วยให้ต้นแข็งแรง ต้านทานโรคได้ดีขึ้น

ถ้าทำตามนี้แล้วยังระบาดหนักจริงๆ อาจจะต้องพึ่งพาสารเคมี ให้ไปปรึกษาร้านเคมีเกษตร บอกเขาว่ามะระเป็นราน้ำค้าง เขาจะจัดยาที่ถูกต้องให้ เช่น สารแมนโคเซบ หรือ เมทาแลกซิล แต่อย่าลืมอ่านฉลากและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดนะหลาน

ลองเอาวิธีของป้าไปปรับใช้ดูนะ สู้ๆ นะ เดี๋ยวก็กลับมางามเหมือนเดิม!

ด้วยความห่วงใย, ป้าเช็งสอนหมัก

มะเขือ เป็นโรคใบด่างจุดสีขาวๆ เกิดจากสาเหตุโรคอะไร

ป้าเช็งสอนหมัก

AI ป้าเช็ง

สวัสดีจ้ะหลาน! ป้าเช็งเห็นรูปแล้วเข้าใจเลย อาการแบบนี้เกษตรกรเจอกันบ่อย ไม่ต้องกังวลไปนะ

จากลักษณะใบที่เป็นจุดด่างขาวๆ เล็กๆ กระจายไปทั่วแบบนี้ ป้าฟันธงเลยว่าไม่ได้เกิดจากโรคเชื้อราหรือแบคทีเรียโดยตรง แต่น่าจะเกิดจาก "แมลงปากดูด" ตัวเล็กๆ ที่เรามองแทบไม่เห็น มาดูดกินน้ำเลี้ยงที่ใต้ใบมะเขือของเราจ้ะ

ตัวการหลักๆ ที่ทำให้ใบเป็นแบบนี้ มีอยู่ 2 ตัว คือ:

  1. ไรแดง (Spider Mites): ตัวนี้เป็นผู้ต้องสงสัยเบอร์หนึ่งเลย! มันจะชอบระบาดหนักในช่วงอากาศร้อนและแห้งแล้ง มันจะใช้ปากเจาะดูดคลอโรฟิลล์ (สารสีเขียว) ในใบ ทำให้เกิดเป็นจุดขาวๆ พอนานเข้าใบจะเริ่มเหลือง กรอบ และร่วงในที่สุด ลองพลิกใต้ใบดูดีๆ อาจจะเห็นตัวเล็กๆ สีแดงๆ หรือใยบางๆ เหมือนใยแมงมุม
  2. เพลี้ยไฟ (Thrips): เจ้านี่ก็ตัวแสบเหมือนกัน มันจะขูดและดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบ ทำให้เกิดรอยด่างสีขาวๆ หรือสีน้ำตาลเงินๆ ได้เหมือนกัน

คำแนะนำจากป้าเช็ง:

  • สำรวจด่วน: อย่างแรกเลย ลองพลิกดูใต้ใบให้ชัดๆ ถ้าเห็นเป็นฝุ่นๆ สีแดงๆ เคลื่อนไหวได้ หรือมีใยบางๆ นั่นคือ "ไรแดง" ชัดเจน
  • จัดการด้วยวิธีธรรมชาติ:
    • ใช้น้ำฉีดล้าง: ในช่วงเช้า ให้ใช้น้ำฉีดพ่นแรงๆ ไปที่ใต้ใบ เพื่อชะล้างตัวไรและไข่ออกไป ไรแดงไม่ชอบความชื้น การเพิ่มความชื้นจะช่วยลดการระบาดได้ดี
    • ใช้น้ำหมักสมุนไพร: ใช้น้ำส้มควันไม้ หรือสารสกัดสะเดา ผสมน้ำตามอัตราส่วนข้างขวด ฉีดพ่นให้ทั่วทั้งบนใบและใต้ใบ ทุกๆ 3-5 วันในช่วงที่ระบาดหนัก
  • ถ้าจำเป็นต้องใช้สารเคมี: หากระบาดหนักมากจริงๆ อาจจะต้องใช้สารกำจัดไรโดยตรง เช่น อะบาเมกติน (Abamectin) หรือ ไพริดาเบน (Pyridaben) แต่ต้องใช้สลับกลุ่มกันไปเพื่อป้องกันไรดื้อยานะจ๊ะ และอย่าลืมอ่านฉลากให้ดีก่อนใช้
  • การป้องกันสำคัญที่สุด:
    • หมั่นดูแลแปลงให้สะอาด อย่าให้มีหญ้ารก
    • อย่าให้ต้นมะเขือขาดน้ำ เพราะต้นพืชที่อ่อนแอจะโดนแมลงโจมตีง่าย
    • บำรุงดินด้วยปุ๋ยหมักปุ๋ยคอก เพื่อให้ต้นมะเขือแข็งแรง มีภูมิต้านทาน

รีบจัดการตั้งแต่เนิ่นๆ นะจ๊ะหลาน ก่อนที่มันจะลามไปทั้งแปลง ต้นจะได้กลับมาสวยงามให้ผลผลิตดีๆ เหมือนเดิม สู้ๆ จ้ะ! มีอะไรให้ป้าช่วยอีกก็บอกได้เลยนะ

John
John

20 ธ.ค. 2568 · 🌍

อันนี้ต้นอะไร

ป้าเช็งสอนหมัก

AI ป้าเช็ง

สวัสดีจ้ะหลานเอ๊ย! เห็นพุ่มไม้เขียวๆ ตัดแต่งสวยงามแบบนี้แล้วชื่นใจจริงๆ

ดูจากลักษณะใบเล็กๆ สีเขียวอมเทาๆ เงินๆ แบบนี้ ป้าเช็งฟันธงเลยว่านี่คือ ต้นซิลเวอร์ลีฟ หรือบางทีคนก็เรียกกันว่า ต้นนีออน จ้ะ เป็นไม้พุ่มที่คนนิยมเอามาทำเป็นแนวรั้วหรือปลูกประดับสวนกันเยอะมากเลยช่วงนี้

คำแนะนำจากป้า:

  • จุดเด่น: เขาเป็นไม้ที่ ทนแดดจัดๆ ทนแล้งได้ดีมาก ไม่ต้องดูแลเอาใจใส่เยอะ เหมาะกับอากาศบ้านเราสุดๆ ยิ่งโดนแดดสีใบยิ่งสวย
  • การดูแล:
    • น้ำ: ไม่ชอบน้ำแฉะนะจ๊ะ รดน้ำเมื่อดินแห้งก็พอ ถ้าแฉะไปรากเน่าเอาง่ายๆ
    • ดิน: ชอบดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี
    • การตัดแต่ง: ถ้าอยากให้เป็นพุ่มแน่นๆ สวยงามเป็นทรงแบบในรูป ต้องขยันตัดแต่งกิ่งบ่อยๆ เขาจะแตกพุ่มใหม่ได้ดีและแน่นขึ้นจ้ะ

สรุปง่ายๆ คือเป็นไม้สวย ทนมือทนเท้า ปลูกง่ายโตไว ใครอยากได้รั้วต้นไม้สวยๆ ไม่ต้องดูแลเยอะ ป้าแนะนำตัวนี้เลยล่ะ

Supermoo
Supermoo

13 ธ.ค. 2568 · 🌍

โรคอะไรครับ

ป้าเช็งสอนหมัก

AI ป้าเช็ง

สวัสดีจ้ะหลานรัก!

โอ้โฮ... ใบเป็นสีสนิมแดงๆ แบบนี้ ป้าเห็นบ่อยเลยในสวนทุเรียน อาการแบบนี้เขาเรียกว่า โรคใบจุดสาหร่าย หรือบางคนก็เรียก ราสนิมสาหร่าย จ้ะ มันไม่ได้เกิดจากเชื้อราโดยตรง แต่เกิดจากสาหร่ายชนิดหนึ่งที่ชื่อ Cephaleuros virescens

ไม่ต้องกังวลไปนะ ป้ามีวิธีจัดการมาบอก

สาเหตุที่เกิด:

  • อากาศชื้นจัด: มักจะระบาดหนักในช่วงหน้าฝน หรือในสวนที่ร่มทึบเกินไป ลมไม่ค่อยผ่าน
  • ต้นไม้ไม่แข็งแรง: ถ้าต้นทุเรียนเราอ่อนแอ ขาดปุ๋ย หรือดูแลไม่ดี ก็จะติดโรคนี้ได้ง่าย

คำแนะนำของป้าเช็ง:

  1. ตัดแต่งกิ่งให้โปร่ง: นี่คือหัวใจสำคัญเลยนะ! ตัดแต่งกิ่งที่ไม่จำเป็น กิ่งที่เป็นโรคหนักๆ ออกไป ให้ทรงพุ่มโปร่งๆ แดดจะได้ส่องถึง ลมจะได้พัดผ่านสะดวก ความชื้นจะได้ไม่สะสม
  2. เก็บใบป่วยไปเผา: ใบหรือกิ่งที่ตัดออกมาแล้ว อย่าทิ้งไว้ในสวนนะจ๊ะ ให้เก็บไปเผาทิ้งไกลๆ สวนเลย เพื่อทำลายเชื้อโรคไม่ให้แพร่กระจาย
  3. บำรุงต้นให้แข็งแรง: ใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยเคมีสูตรเสมอ (อย่าง 15-15-15 หรือ 16-16-16) เพื่อให้ต้นทุเรียนแข็งแรง มีภูมิต้านทานโรค
  4. ถ้าเป็นเยอะจริงๆ: อาจจะต้องใช้ยาช่วย พ่นด้วยสารป้องกันกำจัดเชื้อรากลุ่ม คอปเปอร์ เช่น คอปเปอร์ออกซีคลอไรด์ หรือ คอปเปอร์ไฮดรอกไซด์ ฉีดพ่นให้ทั่วทรงพุ่มในช่วงที่อากาศชื้นหรือฝนตกชุก

ลองเอาวิธีของป้าไปปรับใช้ดูนะหลาน ค่อยๆ ทำไป เดี๋ยวต้นทุเรียนของเราก็จะกลับมาใบเขียวสวยเหมือนเดิม สู้ๆ นะจ๊ะ

Supermoo
Supermoo

13 ธ.ค. 2568 · 🌍

ต้นอะไรครับป้า

ป้าเช็งสอนหมัก

AI ป้าเช็ง

อ๋อ... ต้นนี้เอง ป้าเห็นบ่อยๆ สวยดีนะหลาน

ต้นนี้เขาเรียกกันว่า ฤาษีผสม (Coleus) จ้ะ เป็นไม้ประดับที่โดดเด่นเรื่องสีสันของใบที่จัดจ้านสวยงามมาก ปลูกไว้แต่งสวนหรือใส่กระถางตั้งไว้ในบ้านก็สวยเชียวล่ะ

ป้าขอแนะนำสั้นๆ ได้ใจความแบบนี้แล้วกันนะ:

  • แสงแดด: เขาชอบแดดรำไรนะ ถ้าเจอแดดจัดๆ ทั้งวันสีใบจะซีดและอาจจะไหม้ได้ วางไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่หรือที่โดนแดดช่วงเช้าจะดีที่สุด
  • น้ำ: ชอบความชื้น แต่ไม่ชอบน้ำขังแฉะ ดินเริ่มแห้งก็รดน้ำได้เลย
  • ดิน: ปลูกในดินร่วนซุยระบายน้ำดีจะโตไวมาก
  • ขยายพันธุ์: ง่ายมากๆ เลย! แค่เด็ดยอดหรือกิ่งแก่ๆ มาปักชำในดินก็ได้ หรือจะแช่น้ำไว้ให้รากงอกก่อนแล้วค่อยเอาลงดินก็ได้ แป๊บเดียวก็ติดแล้ว

เป็นต้นไม้ที่ดูแลง่าย โตไว แถมยังสวยทนอีกด้วยนะหลาน ลองไปปลูกดูสิ